ธุรกิจส่งออกของไทย

ธุรกิจที่ส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การส่งสินค้าของไทยไปขายยังต่างประเทศ ในปี 2562 สินค้าที่ไทยส่งออกได้มากที่สุดคือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ มีสัดส่วนร้อยละ 11.23 ของสินค้าส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีสัดส่วนร้อยละ 7.5 อัญมณีและเครื่องประดับ มีสัดส่วนร้อยละ 6.73 ตลาดที่ไทยเราส่งสินค้าไปขายได้มากที่สุดคือ จีน มีส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 11.9 สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ร้อยละ 11.1 และญี่ปุ่น อยู่ที่ร้อยละ 9.9

สินค้าที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวและทำตลาดได้ดีในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ผลิคภัณฑ์ยาง รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ ส่วนในจีน ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ในญี่ปุ่น ได้แก่ โทรทัศน์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ และในยุโรป ได้แก่ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ อัญมณีและเครื่องประดับ

ในปี 2562 นี้ ประเทศไทยตั้งเป้าการส่งออกเติบโตร้อยละ 8 แต่ยังคงมีความผันผวน อันเนื่องมาจากปัจจัยที่มากระทบจากภายนอก เช่น การที่สหรัฐอเมริกาตัด GPS สินค้าไทย สถานการณ์เบร็กซิต (Brexit) การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า

การเลือกตลาดเพื่อการส่งออก ผู้ส่งออกควรต้องศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายชื่อผู้นำเข้าที่ต่างประเทศ ข้อกำหนดและกฎหมายนำเข้าสินค้าของคู่ค้า สถิติทางการค้า ฯลฯ ซึ่งหาได้จากแหล่งต่างๆ ทั้งจากสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบเอกสาร และทางอินเทอร์เน็ต เช่น กรมส่งเสริมการส่งออก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ESCAP ฯลฯ ตลอดจนการเดินทางไปดูงานยังสถานที่จริง ซึ่งผู้ที่ไปดูงานควรต้องมีความรู้ และมีประสบการณ์ทางการตลาดที่ดี ซึ่งจะช่วยให้รับรู้ได้ถึงสภาพและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ค่านิยมในการใช้สินค้า อุปสรรคและปัญหาของแต่ละพื้นที่ รวมถึงโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าในอนาคต เป็นต้น